|
|
|
 |
|
Q: ดิฉันเป็นคนที่ชอบจีบผู้ชายก่อน อยากรู้ว่าแค่ไหนที่เรียกว่ากำลังงามคะ?
(อาริตา เวฟฟ์ / อายุ 25 ปี / บรรณารักษ์)
A: พฤติกรรมการรุกสำหรับผู้หญิงในการจีบผู้ชายก่อนนั้น ในยุคสมัยนี้ ถือเป็นเรื่องที่ไม่น่าตกใจเท่าไร เพียงแต่จุดประสงค์ของผู้หญิงที่รุกเข้าหาผู้ชายก่อนคืออะไร ตรงนี้เองที่น่าจะตกใจมากกว่า
คือดิฉันกำลังจะบอกว่า "จีบผู้ชายแค่ไหนจะพองามนั้น" มันอยู่ที่จุดประสงค์และวิธีการค่ะ ถ้าคุณชอบผู้ชายคนหนึ่ง แล้วอยากจะคบหากับเขาอย่างจริงจัง อยากคุยกับเขา อยากทานข้าวพร้อมกับเขา อยากให้เขาคอยดูแลคุณ แต่ผู้ชายคนนั้นดันเป็นคนนิ่งเฉย ไม่ค่อยจะรับรู้อะไร การรุกเขาก่อนก็น่าจะเป็นสิ่งที่จำเป็น
แต่ก็คงไม่ต้องถึงขนาดตามเขาตลอดหรอก เอาแค่ค่อยๆ เผยความรู้สึกของเราไปทีละนิด พอน่ารักก็โอเค ไม่ควรทำอะไรก็ตามที่จะริดลอนคุณค่าในตัวเราให้หมดไปจากสายตาของเขา อาทิ เมื่อคุณมีความคิดว่า ถ้าผู้ชายที่คุณชอบกลายเป็นเจ้าของคุณแล้ว เขาจะอยู่กับคุณไปอีกนานแสนนาน คุณก็เลยตามรุกเขาโดยใช้ความต้องการทางเพศเป็นอาวุธ ด้วยการยั่วยวนกวนกาม
จนท้ายที่สุดก็ลงเอยอย่างที่คุณต้องการ แต่ดิฉันก็เห็นมาแล้วนักต่อนัก อีหรอบแบบนี้ไปกันไม่รอดสักราย และทุกรายผู้ชายเป็นฝ่ายไปตลอด แถมด้วยประโยคคล้ายๆ กันว่า "ผมรู้สึกว่า...คุณไม่ใช่" ดังนั้นจงจำไว้ว่า จะจีบผู้ชายก่อนไม่เป็นไร แต่ต้องวางตัวให้เป็น ให้เหมาะสม อย่าทำลายคุณค่าในตัวคุณ เพราะคุณค่า คือ สิ่งที่จะทำให้ผู้ชายมั่นคงต่อคุณค่ะ
Q: ตอนนี้ฉันกำลังสับสนค่ะ เมื่อได้รับรู้จากเพื่อนฝูงว่ามีผู้ชายคนหนึ่งแอบชอบอยู่ เพราะผู้ชายคนนั้นเที่ยวบอกกับคนนั้นคนนี้ว่าชอบฉัน แต่พอเวลาเขาเจอฉันกลับไม่แสดงออกเลยนะคะว่าชอบฉัน จะมีก็แต่ตอนที่เขาเริ่มดื่มนั่นแหละที่จะโทรมาสารภาพรักกับฉัน แต่พออีกวันเขาก็เฉยๆ ฉันอยากรู้จังเลยค่ะว่าเขาคิดอย่างไรกับฉันกันแน่?
(ปัทมา สุวรรณกานนท์ / อายุ 23 ปี / โฆษณา)
A: น่ารักดีนะคะผู้ชายขี้อาย แต่ที่ไม่น่ารักก็คือ การบอกรักตอนดื่มแอลกอฮอล์แล้วนี่แหละค่ะ ดิฉันรู้สึกว่า ต่อไปเขาจะเป็นคนที่มีปัญหาทีไรหันหลังเข้าหาแอลกอฮอลล์ทุกทีแน่ๆ เลย กลับมาเข้าประเด็นที่ว่า เขาคิดกับคุณแบบไหนกันดีกว่า การกระทำของเขานั้น เป็นใครก็สับสนค่ะ เพราะเที่ยวบอกกับคนนั้นคนนี้ แต่กับตัวเราแล้วได้แต่นิ่งเฉย อย่างนี้มันทำให้ผู้หญิงอย่างเราอึดอัดจริงๆ ดังนั้นเพื่อไม่ให้ตัวคุณเองต้องสับสนอีกต่อไป ถามเขาเลยค่ะว่ารู้สึกอย่างไรกับคุณ เพราะถ้าคุณดันรู้สึกชอบเขาขึ้นมา โดยที่ทุกอย่างยังคงปล่อยไปเรื่อยๆ แบบเดิม ไม่มีอะไรคืบหน้า ไม่มีการรุกจีบจากเขา บางทีคุณอาจจะต้องผิดหวัง เพราะเขาอาจแค่อยากหาเพื่อนคุย หรือบริหารเสน่ห์ไปวันๆ ก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นคุณอย่าเพิ่งคิดไปไกล และคิดเข้าข้างตัวเองเชียว ถามเขาให้แน่ใจก่อนดีกว่า
Q:ดิฉัน ชอบซื้อของแบรนด์เนมมากถึงมากที่สุด ก็อย่างที่รู้กันว่ามันแพงและค่อนข้างจะสิ้นเปลือง ซึ่งดิฉันก็รู้ทั้งรู้นะคะ แต่ก็ยังหยุดไม่ได้สักที อยากหยุดพฤติกรรมแบบนี้ให้ได้ เพราะคิดๆ แล้วมาเสียดายเงินทีหลัง คนรอบข้างก็ไม่ค่อยจะชอบ แบบนี้พอจะมีวิธีไหนบ้างไหมคะ ที่จะทำให้ดิฉันหายขาดจากโรคบ้าแบรนด์?
(สิรินยา รุ่งเรืองรองรัศมี / อายุ 32 ปี / ธุรกิจส่วนตัว)
A:ดิฉันเข้าใจค่ะ เพราะก็เคยตกอยู่ในห้วงอารมณ์แบบเดียวกับคุณมาเหมือนกัน อย่างว่านะคะ สินค้าแบรนด์เนมพวกนี้เขาผลิตออกมาเพื่อให้เกิด Need โดยเฉพาะ การที่เราเกิด Need ตามที่บริษัทแบรนด์เนมต่างๆ ได้วางแผนไว้ มันก็ไม่ใช่เรื่องแย่อะไรหรอกค่ะ ทุกคนเป็นได้ และหายได้ค่ะ
แต่สิ่งที่จะต้องทำอันดับแรกสุดเลยคือ ห้ามใช้บัตรเครดิตทุกชนิด และบัตรเอทีเอ็มถ้ามีอยู่ก็ให้เลิกใช้ไปเลย หรืออาจฝากใครไว้ก็ได้ค่ะ อาจจะเป็นพ่อแม่ หรือคนในครอบครัว และที่สำคัญคุณควรพกเงินไว้เพียงพอใช้จ่ายต่ออาทิตย์เท่านั้น จากนั้นก็บอกเพื่อนฝูงและคนใกล้ชิดว่า ห้ามให้คุณยืมเงินเด็ดขาด แต่คุณเองก็ต้องตั้งปณิธานเอาไว้ด้วยว่า "ไม่ยืม ไม่จ่าย ไม่อยากได้"อย่ากลับคำเสียเองล่ะ
ส่วนกิจกรรมการเดินห้างหรือแหล่งช๊อปปิ้งที่คุณชอบเป็นชีวิตจิตใจก็ควรเลิกซะ พยายามหางานอดิเรกที่คุณรู้สึกชอบ และคาดว่าจะทำได้ดี เอามาทำในยามว่าง เพื่อที่คุณจะได้อยู่ติดบ้าน แล้วถ้าต้องมีเหตุให้ต้องไปห้าง หรือแหล่งช๊อปปิ้งโดยปฏิเสธไม่ได้แล้วล่ะก็ ขอเลยค่ะ ขอให้กำกระเป๋าเงินให้แน่น หรือไม่เอาไปเลยยิ่งดี แล้วก็อย่าไปสนใจกับสิ่งยั่วยุต่างๆ ที่ทำให้คุณเกิด Need อาทิ ป้ายลดราคานี่แหละตัวดี อีกทั้งโปรโมชั่นต่างๆ ซึ่งคุณต้องทำเป็นเมินมันซะ ถึงแม้จะเป็นการฝืนใจคุณอย่างมากก็ตาม ไม่อย่างนั้นเงินในบัญชีคุณจะหายวับไปกับตาเลยนะคะ และความตั้งใจที่ทำมาก็จะสูญสลายหายไปด้วย
Q:ตอนนี้ที่บ้านหนูกำลังประสบปัญหาเรื่องเงินค่ะ นั่นเลยส่งผลมาถึงเรื่องค่าใช้จ่ายของหนู แต่หนูก็พยายามประหยัดอดออมแล้วนะ แต่เรื่องของค่าใช้จ่ายก็ยังคงเป็นปัญหาอยู่ดี ไหนจะค่าเทอม ค่ารายงานต่างๆ นานา ค่ากิจกรรมของมหาวิทยาลัย หนูเลยคิดว่าจะหางานพิเศษทำ เพื่อนชวนไปทำงานนั่งดื่มเป็นเพื่อนลูกค้าตามสถานบันเทิง ว่ากันว่าได้เงินดี แต่หนูก็กลัวว่าจะเกิดความไม่ปลอดภัยต่อความเป็นผู้หญิงของหนู และอีกอย่างคือกลัวคนที่รู้จะมองหนูไม่ดี หนูควรตัดสินใจอย่างไรดีคะ?
(อุรุดา แสงหวี / อายุ 20 ปี / นักศึกษา)
A: สาวๆ วัยรุ่นหลายคนให้ความสนใจกับการทำงานประเภทนี้ไม่น้อยนะคะ เพราะเป็นงานที่ค่อนข้างสบายไม่ลำบาก แถมยังได้เงินง่าย มีมูลค่าที่สูงอีกต่างหาก แต่เหรียญก็มีสองด้าน เช่นเดียวกันกับอาชีพนั่งดื่มเป็นเพื่อนลูกค้าตามสถานบันเทิง หรือที่เขาเรียกกันว่า "เด็กนั่งดริงค์"
ปัญหาสำคัญของอาชีพนี้ คือ การถูกแต๊ะอั๋งลวนลาม ไม่ให้เกียรติจากลูกค้าที่ไปนั่งดื่มด้วย เพราะลักษณะงานที่ทำต้องใช้ความใกล้ชิดเพื่อสร้างความเป็นกันเอง และที่สำคัญต้องสามารถทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจในรูปลักษณ์ของตัวเองอีกด้วย มันเลยเป็นงานที่ดูว่าจะสุ่มเสี่ยงต่อการได้รับพฤติกรรมที่เกินเลยจากลูกค้า
เพราะฉะนั้น ถ้าคุณจำเป็นต้องทำงานนี้จริงๆ สิ่งที่ต้องมีเลย คือ ไหวพริบ และการพูดการจา เพราะสองสิ่งนี้จะทำให้คุณเอาตัวรอดจากการลวนลามจากลูกค้าได้ โดยที่ลูกค้ายังคงมีความพึงพอใจในตัวคุณอยู่ อีกอย่างที่คุณต้องมี คือ ความนิ่ง แน่นอนว่างานชนิดนี้มันไม่มีเกียรติให้คุณหลงเหลือติดกระเป๋าอยู่แล้ว ดังนั้น การกระทำ คำพูด และสายตาที่ดูถูก จะถูกส่งมายังคุณ ไม่ว่าจะมาจากลูกค้า คนรอบข้าง หรือคนในครอบครัวก็ตาม ถ้าคุณคิดว่าคุณนิ่งได้ อดทนได้ ก็เหมาะที่จะทำงานในลักษณะนี้
แต่เพื่อความปลอดภัย และความสบายใจ ดิฉันไม่แนะนำให้ทำงานลักษณะนี้ค่ะ ดิฉันว่าลองมองหาอาชีพเสริมแบบอื่นดีไหมคะ อาจจะได้เงินน้อย แต่ถ้าขยันก็จะได้มากขึ้น อาจจะเหนื่อยหนัก แต่ก็ไม่ต้องถูกใครดูถูก ลวนลาม ลองดูสิคะ งานสุจริต และค่าตอบแทนดีมีให้ทำมากมาย มันอยู่ที่ว่าคุณจะเสาะหามันหรือไม่ เท่านั้นเอง
|
|
|
 |